วัดทุ่งยาว

พระอานนท์

ทิศปัจฉิม หรือทิศตะวันตก พระอรหันต์ประจำทิศนี้คือพระอานนท์ ซึ่งเป็นภิกษุผู้เลิศทั้งห้าประการ เป็นพหูสูต มีสติ มีคติ มีความเพียรและพุทธอุปัฏฐาก

พระอานนท์เป็นพระโอรสของพระเจ้าสุกโกทนะ พระอนุชาในพระเจ้าสุทโธทนะแห่งแคว้นสักกะ จึงมีศักดิ์เป็นพระอนุชาของพระพุทธองค์ เมื่อพระศาสดาประทับอยู่ที่อนุปิยนิคม แคว้นมัลละ ท่านได้ออกบวชพร้อมด้วยเจ้าศากยะกุมารเหล่านี้คือเจ้าภัททิยะ เจ้าอนุรุทธะ เจ้าภคุ เจ้ากิมพิละ เจ้าโกลิยกุมารและอีกหนึ่งองค์คือเจ้าเทวทัต รวมทั้งนายอุบาลีผู้ป็นภูษามาลานับเข้าเป็นเจ็ด เมื่อพระอานนท์ได้อุปสมบทแล้วรับฟังโอวาทของพระปุณณมันตานีบุตรจนกระทั่งบรรลุโสดาบันแต่ในพรรษาแรก

ท่านได้รับเลือกเป็นพุทธอุปัฏฐากในช่วงปฐมโพธิกาลหลังจากพระศาสดาทรงตรัสรู้แล้วยี่สิบพรรษา เนื่องว่าวันหนึ่งพระบรมศาสดาตรัสขอให้สงฆ์เลือกหาภิกษุอุปัฏฐากพระองค์เป็นประจำ เพราะเมื่อก่อนแต่กาลนี้ภิกษุผู้เป็นอุปัฏฐากของพระองค์มิได้กำหนดแน่นอน คงผลัดเปลี่ยนถวายการอุปัฏฐากกันไป เวลาที่ผลัดเปลี่ยนเมื่อยังไม่มีผู้รับต่อ ต้องเสด็จอยู่เพียงลำพังพระองค์เดียวได้รับความลำบาก ภิกษุทั้งหลายจึงมีฉันทามติมอบหมายให้พระอานนท์รับหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากตลอดกาลเป็นนิตย์ ด้วยเห็นว่าท่านเป็นผู้มีสติ มีปัญญา ขยัน อดทนและรอบคอบ ทั้งยังเป็นพระญาติใกล้ชิดย่อมจะทราบพระอัธยาศัยเป็นอย่างดี

แต่ก่อนที่พระอานนท์จะตอบรับหน้าที่เป็นพุทธอุปัฏฐากนั้น ท่านได้กราบทูลขอพร 8 ประการคือ

  1. อย่าประทานจีวรอันประณีตแก่ข้าพระองค์
  2. อย่าประทานบิณฑบาตอันประณีตแก่ข้าพระองค์
  3. อย่าโปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์
  4. อย่าทรงพาข้าพระองค์ไปในที่นิมนต์
  5. ขอพระองค์เสด็จไปสู่ที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้
  6. ให้ข้าพระองค์พาบริษัทซึ่งมาเฝ้าพระองค์แต่ที่ไกลเข้าเฝ้าในขณะที่มาถึงแล้ว
  7. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอให้เข้าเฝ้าทูลถามได้เมื่อนั้น
  8. ถ้าพระองค์แสดงธรรมเทศนาเรื่องใดในที่ลับหลังข้าพระองค์ ขอพระองค์มาตรัสบอกธรรมเทศนาเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์

พระศาสดาจึงตรัสถามว่า ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นคุณและโทษอย่างไรจึงได้ขออย่างนี้ พระอานนท์ทูลว่า ถ้าข้าพระองค์มิได้พรสี่ข้อข้างต้นก็จะมีความพูดติฉินนินทาได้ว่าพระอานนท์ได้ลาภมากมายอย่างนั้นๆ จึงบำรุงพระบรมศาสดา การปฏิบัติอุปัฏฐากก็มิได้หนักหนาอะไรเลย และถ้าข้าพระองค์จักไม่ได้พรสามข้อเบื้องปลายก็จะมีคนพูดได้ว่า พระอานนท์จะบำรุงพระบรมศาสดาไปทำไมเพราะพระองค์ไม่ทรงอนุเคราะห์แม้ด้วยกิจเพียงเท่านี้ ถ้าข้าพระองค์จักไม่ได้พรข้อสุดท้ายหากมีผู้มาถามข้าพระองค์ว่า ธรรมข้อนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงที่ไหน ถ้าข้าพระองค์ไม่ทราบก็จะพากันตำหนิได้ว่าพระอานนท์ติดตามพระบรมศาสดาไปทุกหนแห่งดุจเงาตามพระองค์ แต่เหตุไฉนท่านจึงไม่รู้แม้แต่เรื่องเพียงเท่านี้

ครั้นพระอานนท์กราบทูลคุณและโทษของพระแปดประการอย่างนี้แล้ว พระบรมศาสดาก็ทรงอนุญาตให้ตามที่ขอ ตั้งแต่นั้นมาพระอานนท์ก็อุปัฏฐากพระบรมศาสดาโดยเอื้อเฟื้อ แม้แต่ชีวิตก็สามารถสละแทนพระองค์ พึงเห็นตัวอย่างเมื่อครั้งพระเจ้าอชาตศัตรูได้ปล่อยช้างนาฬาคิรีเพื่อให้ทำอันตรายแก่พระองค์ พระอานนท์ออกไปยืนขวางหน้าช้างนาฬาคิรีเพื่อมิให้ทำอันตรายแก่พระศาสดา

เพราะเหตุที่ท่านอยู่ในที่ใกล้ชิดพระบรมศาสดาได้ยินได้ฟังธรรมที่ทรงแสดงแก่ตนเองและผู้อื่น ทั้งมีสติทรงจำไว้ได้มาก พยายามหมั่นศึกษาเล่าเรียน ท่านจึงเป็นผู้ฉลาดในการแสดงธรรม ดังนั้นพระบรมศาสดาจึงทรงยกย่องท่านว่าเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายทั้ง 5 ประการ คือเป็นพหูสูต มีสติ มีคติ มีความเพียรและเป็นพุทธอุปัฏฐากผู้เลิศ เพราะเหตุที่ท่านเป็นพหูสูต เมื่อยามที่พระบรมศาสดาเสด็จปรินิพพานแล้วนั้น พระมหากัสสปะได้ทำการสังคายนาพระธรรมวินัยซึ่งล้วนแต่เป็นภิกษุอรหันต์ทั้งสิ้น หมู่ภิกษุสงฆ์ได้เลือกท่านให้เป็นผู้วิสัชชนาในส่วนสุตตันตปิฎกและอภิธรรมปิฎก แต่เนื่องจากพระอานนท์ยังมิได้บรรลุอรหัตตผล ทั้งยังได้รับคำเตือนจากพระมหากัสสปะเถระหลายครั้ง ท่านจึงเร่งทำความเพียรอย่างหนักแต่ไม่สำเร็จ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนเกิดความอ่อนเพลียจึงปรารภที่จะพักอิริยาบถสักครู่หนึ่ง ในขณะที่เท้าพ้นจากพื้นและศีรษะกำลังจะถึงที่นอนก็ได้บรรลุอรหัตตผลในระหว่างอิริยาบททั้งสี่ ซึ่งจะจัดว่าเป็นท่ายืน เดิน นั่งหรือนอน ท่าใดท่าหนึ่งก็ไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างล้มตัวลงนอน กิจที่ชื่อว่าการสิ้นไปจากกิเลสถือว่าท่านได้ทำสำเร็จแล้ว

ท่านดำรงอายุสังขารอยู่ถึง 120 ปี พิจารณาเห็นว่าสมควรที่จะนิพพานได้แล้ว จึงไปสู่แม่น้ำโรหิณีซึ่งตั้งอยู่ระหว่างศากยวงศ์และโกลิยวงศ์ จึงเชิญญาติทั้งฝ่ายศากยะและฝ่ายโกลิยะ
ไปที่ริมฝั่งแม่น้ำโรหิณีเขตแดนระหว่างเมืองทั้งสองนั้น ก่อนที่ท่านจะนิพพานได้เหาะขึ้นสู่อากาศแล้วแสดงธรรมสั่งสอนแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนาได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์หลายอย่างแล้วตั้งสัตย์อธิษฐานว่า เมื่อนิพพานแล้วขอให้ร่างกายจงแตกออกเป็นสองส่วนตกลงข้างพระญาติศากยวงศ์ส่วนหนึ่ง ข้างพระญาติโกลิยะวงศ์ส่วนหนึ่ง เพื่อจะป้องกันมิให้ชาวเมืองทั้งสองเมืองเกิดวิวาทกันเพราะเหตุแห่งอัฐิ ครั้นอธิษฐานเสร็จก็ดับขันธ์ ณ เบื้องบนอากาศท่ามกลางแม่น้ำโรหิณี สรีระร่างกายของท่านแตกออกเป็นสองส่วนแล้วตกลงยังภาคพื้นสมดังที่ท่านตั้งจิตอธิษฐานไว้ทุกประการ

ผู้ใดอยากให้บุตรหลานฉลาดรอบรู้หูตากว้างไกลก็ควรบูชาพระอานนท์ ในทางโหราศาสตร์ถือว่าพระพฤหัสบดีถูกชุบมาจากฤาษี 19 ตนซึ่งมีความฉลาดหลักแหลม มีปัญญาดีฉลาดรอบรู้ ตามคติของพระพุทธศาสนาจัดให้พระพุทธรูปปางสมาธิเป็นพระพุทธรูปประจำวันพฤหัสบดี และจัดให้สวดคาถาบทขัดพระปริตรบทปุเรนตัมโพ โดยสวด 19 จบ และยังให้สวดคาถาอิติปิโส 8 ทิศ บทนารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพเป็นคาถาประจำวันพฤหัสบดีด้วย คือ ภะ สัม มัม วิ สะ เท ภะ

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

พระอุบาลี

กล่าวมาถึงลูกนิมิตลูกที่สี่กันแล้ว หวังว่าผู้ที่ให้ความสนใจก็คงพอจะรู้ทั้งประวัติและบารมีของพระอรหันต์ซึ่งประจำแต่ละทิศ ถือได้ว่าท่านเหล่านั้นก็ยังเป็นเลิศกว่าพระอรหันต์ผู้เป็นเลิศอีก เพราะพระอรหันต์ผู้เป็นเลิศต่างๆ มีถึง 80 องค์ เหตุที่โบราณาจารย์ได้อัญเชิญบารมีพระอรหันต์

Read More »

พระราหุล

ทิศอีสาน หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงกับพระอรหันต์คือพระราหุล ซึ่งเป็นเอตทัคคะในเรื่องการศึกษา ใคร่ต่อการศึกษาเรียนรู้ พระราหุลเป็นโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะกับพระนางยโสธราหรือพิมพา เป็นพระนัดดาของพระเจ้าสุทโธทนะผู้ครองนครกบิลพัสดุ์ เมื่อพระบรมศาสดาได้ตรัสรู้แล้วเสด็จมาเทศนาโปรดพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์

Read More »
  • ค้นหา

เรื่องราวยอดนิยม
thไทย